เนย์มาร์ เมื่อดาวฉายแสงอย่างเต็มที่ในการค้าแข้ง

เมื่อดาวเตะระดับโลกอย่าง เนย์มาร์ ได้มาเฉิดฉายในทีมใหม่ และได้กลายเป็นดาวเด่นประจำทีม ไม่ใช่เพียงแค่ดาวประดับเหมือนสมัยอยู่ที่

บาร์เซโลน่า ที่มี เมสซี คอยบดบังรัศมีอยู่ แน่นอนว่าการย้ายมาอยู่ เปแอสเช ทีมดังในฝรั่งเศส ย่อมทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจของแผงเกมรุกไปโดยปริยาย

จากฟอร์มที่ลงเล่นในเกมลีกไปแล้ว 3 นัด ทำไป 3 ประตู และได้กลายเป็นคนที่เข้ามาสร้างมิติใหม่ๆในเกมรุกของ เปแอสเช

แน่นอนว่าจากนักเตะเดิมๆภายในทีมก็มีความอันตรายแทบทุกตำแหน่ง แต่ในตอนนี้มีนักเตะอย่างเนย์มาร์เพิ่มมาอีกคนช่วยให้เกมรุกนั้นมีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น

โดยทั้ง 3 นัดที่เจ้าตัวลงในเกมลีก เปแอสเช ทำได้ถึง 12 ประตู และเสียไป2ประตู นั่นแสดงถึงความดุดันในเกมรุกของทีมได้อย่างดี

เนย์มาร์ เมื่อดาวฉายแสงอย่างเต็มที่ในการค้าแข้ง

เนย์มาร์ ดาวดวงเก่าที่สว่างกว่าเดิม

ดูจากตำแหน่ง เนย์มาร์ จะอยู่ทางปีกซ้าย ประสานงานกับแนวรุกอย่าง เอดิสัน คาวานี่ ศูนย์หน้าตัวเป้า และ อังเคล ดิมาเรีย ทางกราบขวา

แต่เวลาเล่นจริงๆแล้วเจ้าตัวจะค่อนข้างมีอิสระพอสมควรในการทำเกมรุก ทั้งตัดเข้ามากลาง หรือบางครั้ง เลี้ยงบอลตัดข้ามไปเกือบถึงกราบขวาก็มี

สิ่งที่สังเกตได้คือดาวเตะชาวบราซิเลี่ยน ดูมีความมั่นใจและได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมมากกว่าสมัยอยู่ที่บาร์ซาพอสมควร เปรียบง่ายๆก็เหมือนกับ เมื่อเพื่อนได้บอลก็มักมองหา เนย์มาร์ ก่อนเป็นอันดับแรกๆ

สิ่งนี้จึงทำให้เขาคงรู้สึกเป็นอันดับหนึ่งของทีมอย่างเต็มตัว จึงทำให้เขาโชว์สกิลและทักษะอย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่ามีจังหวะหลอกคู่แข่งหัวทิ่มหัวตำแทบทุกนัด

แม้ในบางจังหวะอาจจะรู้สึกว่า น่าจะเล่นได้ง่ายกว่านั้น หวงบอลไปหน่อย ดื้อดึงเลี้ยงต่อจนบางครั้งก็เสียบอลกลางสนาม แต่ที่สังเกตเห็นคือ

ไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนที่ บ่นหรือแสดงท่าทีไม่พอใจสักคน นั่นจึงเป็นสัญญาณแล้วว่า ดาวเตะผู้นี้ จะเข้ามาเป็นศูนย์กลางของเกมรุก และเป็นตัวความหวังของทีมอย่างแน่นอน

และเมื่อดาวได้โคจรมาอยู่ในจุดที่ส่องสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีดาวดวงอื่นคอยกลบรัศมี ย่อมทำให้ดาวดวงนี้ฉายแสงได้อย่างโดดเด่น

น่าคิดว่าถ้า เนย์มาร์ โตขึ้นและถูกปรุงจนอร่อยแบบกรมกร่อมทุกรสชาติ จนมีความอันตรายยิ่งกว่านี้ ดาวเตะระดับโลกผู้นี้จะเป็นดั่งแม่เหล็กดูดรางวัลต่างๆได้มากกว่า

ดาวเตะรุ่นพี่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด หรือไม่..

 …

เป็ป vs มู เพื่อนรักที่ต้องสู้กันไปอีกนาน

เป็ป vs มู เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อสู้กันโดยเฉพาะ ระหว่าง เป็ป กวาดิโอล่า กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ตั้งแต่อยู่ที่สเปน คนหนึ่งคุมทีมอย่าง บาร์เซโลน่า

อีกคนคุมทีมคู่อริอันดับหนึ่งอย่าง เรอัล มาดริด หลังจากนั้นก็พลัดพรากกันได้ไม่กี่ปี สุดท้ายก็กลับมาเจอกันในพรีเมียร์ลีกอีกจนได้

และเป็นการเข้ามาคุมทีมที่เป็นอริกันอีกเช่นเคย คือทีมดังในเมืองแมนเชสเตอร์ คนหนึ่งอยู่ฝั่งสีฟ้า อีกคนอยู่ฝั่งสีแดง

แน่นอนว่าทั้ง 2 คนนั้น เป็นโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่า มีฝีมือระดับโลกทั้งคู่ ด้วยบารมีที่สั่งสมมาของแต่ละคน รวมถึงเกียรติประวัติจากถ้วยแชมป์ต่างๆที่พวกเขาทำได้

แน่นอนว่า มูรินโญ่ อาจมีภาษีที่ดีกว่าเล็กน้อยในสมรภูมิอังกฤษ เพราะมีประสบการณ์อย่างโชกโชน กับการคุมเชลซีถึง2ช่วง

ทำให้เขารู้ดีถึงวิธีการพาทีมให้เป็นแชมป์ลีก หลังจากทำสำเร็จมาแล้ว3สมัยกับเชลซี

เป็ป vs มู

 

เป็ป vs มู ลีกไหนก็ต้องบู๊กัน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็ป ได้เริ่มงานที่เรือใบสีฟ้าเป็นปีแรก และอาจทำผลงานในลีกได้ดีกว่าทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ดของ มูรินโญ่ โดยจบที่อันดับ 3 ของตาราง

ส่วนปีศาจแดง ตกไปอยู่อันดับ 6 แต่ที่น่าสนใจคือ เฮียมูสามารถคว้าได้ถึง 3 โทรฟี่ จากการเข้ามาคุมปีศาจแดงในปีแรก ผิดกับ เป็ป ที่ไม่ได้สักใบเดียว

เหตุผลที่ชัดที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ของมูรินโญ่ที่มากกว่า เป็ป อยู่หลายขวบปี

อย่างไรก็ตามแต่ ฤดูกาลนี้ผ่านมาแล้ว 3 นัด และ เป็ป ก็ใช้จ่ายเงินไปอย่างมหาศาลเพื่อเสริมทีมในซีซั่นนี้ เพื่อเป้าหมายเดียว

คือกลับมาคว้าแชมป์ให้มากที่สุดให้จงได้ แต่ฟอร์มจาก3นัด แมนฯซิตี้ เก็บไปได้  7 คะแนน และกว่าจะชนะในแต่ละนัดก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกว่าจะคว้าชัยได้

ผิดกับอริร่วมเมืองอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ที่สอย 9 แต้มเต็ม แถมฟอร์มร้อนแรง ซัดไปถึง10ประตู แถมเก็บคลีนชีทได้ทั้ง 3 นัด ถือเป็นการเปิดตัวที่สวยหรูยิ่งนัก

ถ้านับถึงตอนนี้ที่พรีเมียร์ลีกผ่านสัปดาห์ที่3มาแล้ว และกำลังจะพักเบรกเข้าสู่โหมดทีมชาติ เวลาที่ให้โค้ชจากทีมต่างๆได้กลับไปติวเพิ่มเสริมอาวุธ

ถ้านับ 3 นัดแรก เปรียบสเมือนมวยยกที่ 1 ต้องบอกว่า …

คัด 3 นักเตะ ที่ผลงานไม่แรง แต่ขายได้ราคาแพงทุกที

บางครั้งตลาดการซื้อขายนักเตะก็มีเรื่องให้แปลกใจอยู่บ่อยๆ คัด 3 นักเตะ เช่นนักเตะบางรายผลงานดี ค่าตัวกลับถูกแสนถูก

แต่กับบางคนฟอร์มธรรมดาๆ ถึงระดับแย่เลยก็มี แต่ราคาในตลาดกลับพุ่งสูงทุกครั้งไป นี่คือตัวอย่างนักเตะที่คัดมา 3 ราย ที่เข้าข่าย ผลงานไม่แรง แต่ขายได้ราคาแพงทุกที

คัด 3 นักเตะ ที่ผลงานไม่แรง แต่ขายได้ราคาแพงทุกที

คัด 3 นักเตะ ฝีมือไม่เท่าค่าตัว

1.เปาลินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

หลายคนน่าจะรู้จัก เปาลินโญ่ ตั้งแต่ช่วงที่เขาค้าแข้งกับ สเปอร์ส ในปี 2013 ซึ่งเป็นปีที่ สเปอร์ส มีเงินช้อปนักเตะมหาศาล เนื่องจากขาย แกเร็ธ เบล ไปให้กับ เรอัล มาดริด

จึงไปดึง เปาลินโญ่ มาจาก โครินเธียนส์ ทีมดังในลีกบราซิล ด้วยค่าตัวถึง19ล้านยูโร แต่เจ้าตัวกลับมีผลงานที่ย่ำแย่ อยู่ได้เพียงปีครึ่ง ก็โดนทีมจากลีกจีนอย่าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์

ดึงไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 14 ล้านยูโร และรับค่าเหนื่อยอย่างมหาศาลตามสไตล์นักเตะดังๆมากมายที่ย้ายไปค้าแข้งในแดนมังกร จนในซัมเมอร์นี้ ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า

สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอล ด้วยการดึงนักเตะอย่าง เปาลินโญ่ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวสูงถึง 40 ล้านยูโร เพราะฉะนั้น มูลค่าการย้ายตัวของเขาทั้งหมดนั้นรวมแล้วกว่า 79 ล้านยูโร เลยทีเดียว

2.แอนดี้ คาร์โรลล์ (เวสต์แฮม)

จำนวนเงิน 35 ล้านปอนด์ ที่ ลิเวอร์พูล จ่ายให้กับ นิวคาสเซิล เพื่อแลกกับนักเตะที่ชื่อ แอนดี้ คาร์โรลล์ แต่เขากลับทำได้เพียง 6 ประตู จากเกมในลีกทั้งหมด 44 นัด

จากนั้นหงส์แดงจึงตัดสินใจขายทิ้งให้กับทีมอย่าง เวสต์แฮม ด้วยสนนราคา 17 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ปี 2012 ผลงานในสีเสื้อของ เดอะ แฮมเมอร์ส จนปัจจุบันนี้

ยังไม่มีฤดูกาลไหนเลยที่เขาทำได้เกิน 10 ประตู ซีซั่นล่าสุดนี้ก็อาจจะเป็นได้แค่ตัวสำรอง …

Top 3 กองกลางตัวรับ ที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้

ทีมส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ตำหน่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากก็คือ ตำแหน่งมิดฟิลดิ์ตัวรับ Top 3 กองกลางตัวรับ

เพราะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่สกรีนคู่แข่งก่อนถึงแผงหลัง รวมถึงเป็นคนคอยเชื่อมเกมจากแดนหลังไปสู่ตัวรุกทั้งหลาย เรียกได้ว่า

ต้องรับเก่ง และสร้างเกมได้ วันนี้จะคัดตำแหน่งมิดฟิลดิ์ตัวรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก 3 คนด้วยกัน นั่นก็คือ…

Top 3 กองกลางตัวรับ ที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้

Top 3 กองกลางตัวรับ โหดที่สุดในพรีเมียร์ลีก

1.เนมันย่า มาติช จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แข้งเลือดเซิร์บผู้นี้ได้ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของปีศาจแดงในซัมเมอร์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จกับเชลซีมามากมาย

และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นักเตะอย่างเขามีความสำคัญขนาดไหน เพราะถึงขนาดที่ มูรินโญ่ ดึงมาอยู่ด้วยกัน และได้ร่วมงานกันอีกครั้ง

นั่นแปลว่า จิ๊กซอชิ้นนี้ต้องมีความพิเศษอยู่ไม่น้อย ซึ่งผลงานในสนามก็พิสูจน์แล้วว่า เขาเข้ามาทำให้แผงกลางของแมนฯยูแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยเปิดฤดูกาลมา3นัด ทีมสีแดงจากเมืองแมนเชสเตอร์ ยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว

 

2.เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จาก เชลซี

แข้งร่างเล็กชาวฝรั่งเศส ที่ทำสถิติคว้าแชมป์ลีก2ปีติด กับ2สโมสร หลังจากก่อนหน้านี้ก็คว้าแชมป์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนย้ายมาร่วมทัพสิงค์บลูในปีถัดมา ณ เวลานี้

เขาจัดเป็นกองกลางที่อ่านเกมได้อย่างยอดเยี่ยม และตัดบอลคู่แข่งได้ดี ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขามีส่วนสำคัญมากในการพาเชลซีคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ

และถึงแม้จะมีร่างกายที่อาจะเล็กกระทัดรัดไปหน่อย แต่ก็มีความแข็งแกร่ง และสปีดต้นค่อนข้างดี ทำให้วิ่งไล่ตัดเกมได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

3.อันเดร์ เอร์เรรา จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แข้งเลือดกระทิง ที่ทุกคนต่างมองว่าเป็น นิว รอยคีน เพราะมักเล่นด้วยความดุดันและมุ่งมั่น ถึงแม้ฤดูกาลนี้จะได้เป็นตัวสำรอง เพราะมีมาติช ประจำการอยู่

แต่ด้วยระดับฝีเท้าแล้ว ก็ยังจัดว่าเป็นนักเตะที่ได้รับคำชมค่อนข้างมาก และเป็นขวัญใจแฟนบอลปีศาจแดง เพราะด้วยคาแร็คเตอร์ที่เป็นคนมุ่งมั่น ทุ่มเท

ทุกครั้งที่ได้ลงสนาม จึงเป็นหนึ่งในขุนพลคนโปรดของมูรินโญ่ รอดูกันต่อไปว่าเจ้าตัวจะได้รับโอกาสมากขึ้นหรือไม่ในฤดูกาลนี้

 

 …