Latest Post

อะไหล่ทรงคุณค่า ทีมเล็กปาดหน้าคว้าของดี

หลังจากแฟนบอลส่วนใหญ่ไปจับตาดู ตลาดซื้อขายนักเตะ ของทีมบิ๊กๆทั้งหลาย อะไหล่ทรงคุณค่า เป็นที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นสโมสรใหญ่ๆในลีกผู้ดี หรือ ลีกอื่นๆก็ตามที

แต่ทีมม้ามืด ซุ่มเงียบ อย่างทีมเล็กๆ ก็เสริมทีมได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยบางทีมสอยอะไหล่ตัวเป้ง หรือนักเตะชื่อดัง มาช่วยทีมได้อีกด้วย

โดยล่าสุด ทีมอย่าง เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้ยืมตัวกองกลางตัวสำรองอย่าง เกอร์เซกอร์ส คริโชเวียค

มาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1 ฤดูกาลเต็ม นับว่าถือดีลนี้ได้สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลได้พอสมควร หลังนักเตะรายนี้ตกเป็นข่าวกับทีมในอังกฤษอย่าง เชลซี ด้วย

แต่สุดท้าย เดอะ แบ็กกี้ส์ เวสต์บรอมวิช ก็ได้ตัวมาครอบครอง ถึงแม้จะเป็นเพียงสัญญายืมตัวก็ตาม แต่นี้ก็นับว่าคุ้มสำหรับทีมไม่น้อย

อะไหล่ทรงคุณค่า ทีมเล็กปาดหน้าคว้าของดี

อะไหล่ทรงคุณค่า เอามาเสริมทีม

โดยกองกลางคนเก่ง ดีกรีทีมชาติโปแลนด์ ย้ายมาร่วมทัพ ปารีสฯ ด้วยค่าตัวกว่า 34 ล้านยูโร จาก เซบีญ่า ทีมดังใน ลาลีกา สเปน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับไม่ค่อยได้รับโอกาสได้ลงสนามเท่าที่ควร จึงหาได้ย้ายมาอยู่กับ เดอะ แบ็กกี้ส์ เพื่อโอกาสในการลงสนามและสร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่องมายิ่งขึ้น

ส่วนอีกทีมที่จะพูดถึงคือ ทีมจากพรีเมียร์ลีกอีกเช่นกัน นั่นก็คือ สวอนซี ที่ได้นักเตะดีกรีแชมป์ ยูโร 2016และเจ้าของรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวนาเมนต์ด้วย

นั่นก็คือ เรนาโต้ ซานเชส กองกลางจาก บาเยิร์น มิวนิค นั่นเอง โดยดีลนี้เป็นการยืมตัว 1 ฤดูกาลเต็มเช่นเดียวกัน

ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ เรนาโต้ ซานเชส เป็นนักเตะคนหนึ่งที่เนื้อหอมที่สุด ตกเป็นข่าวกับทีมต่างๆไม่เว้นแต่ละวัน

เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสมากเท่าไหร่กับยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ จนท้ายที่สุดก็ตกลงสัญญายืมตัวจาก สวอนซี เหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเคยร่วมงานกับ

พอล คลีเมนท์ กุนซือหงส์ขาวมาแล้ว ในช่วงที่ทำงานเป็นมือขวาของ คาร์โล อันเชล็อตติ ในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อฤดูกาลก่อน และอีกอย่างก็คือเพื่อโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

หลังจากที่พวกเขาได้ อะไหล่ เข้าไปเสริมทัพแล้ว …

เนย์มาร์ เมื่อดาวฉายแสงอย่างเต็มที่ในการค้าแข้ง

เมื่อดาวเตะระดับโลกอย่าง เนย์มาร์ ได้มาเฉิดฉายในทีมใหม่ และได้กลายเป็นดาวเด่นประจำทีม ไม่ใช่เพียงแค่ดาวประดับเหมือนสมัยอยู่ที่

บาร์เซโลน่า ที่มี เมสซี คอยบดบังรัศมีอยู่ แน่นอนว่าการย้ายมาอยู่ เปแอสเช ทีมดังในฝรั่งเศส ย่อมทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจของแผงเกมรุกไปโดยปริยาย

จากฟอร์มที่ลงเล่นในเกมลีกไปแล้ว 3 นัด ทำไป 3 ประตู และได้กลายเป็นคนที่เข้ามาสร้างมิติใหม่ๆในเกมรุกของ เปแอสเช

แน่นอนว่าจากนักเตะเดิมๆภายในทีมก็มีความอันตรายแทบทุกตำแหน่ง แต่ในตอนนี้มีนักเตะอย่างเนย์มาร์เพิ่มมาอีกคนช่วยให้เกมรุกนั้นมีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น

โดยทั้ง 3 นัดที่เจ้าตัวลงในเกมลีก เปแอสเช ทำได้ถึง 12 ประตู และเสียไป2ประตู นั่นแสดงถึงความดุดันในเกมรุกของทีมได้อย่างดี

เนย์มาร์ เมื่อดาวฉายแสงอย่างเต็มที่ในการค้าแข้ง

เนย์มาร์ ดาวดวงเก่าที่สว่างกว่าเดิม

ดูจากตำแหน่ง เนย์มาร์ จะอยู่ทางปีกซ้าย ประสานงานกับแนวรุกอย่าง เอดิสัน คาวานี่ ศูนย์หน้าตัวเป้า และ อังเคล ดิมาเรีย ทางกราบขวา

แต่เวลาเล่นจริงๆแล้วเจ้าตัวจะค่อนข้างมีอิสระพอสมควรในการทำเกมรุก ทั้งตัดเข้ามากลาง หรือบางครั้ง เลี้ยงบอลตัดข้ามไปเกือบถึงกราบขวาก็มี

สิ่งที่สังเกตได้คือดาวเตะชาวบราซิเลี่ยน ดูมีความมั่นใจและได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมมากกว่าสมัยอยู่ที่บาร์ซาพอสมควร เปรียบง่ายๆก็เหมือนกับ เมื่อเพื่อนได้บอลก็มักมองหา เนย์มาร์ ก่อนเป็นอันดับแรกๆ

สิ่งนี้จึงทำให้เขาคงรู้สึกเป็นอันดับหนึ่งของทีมอย่างเต็มตัว จึงทำให้เขาโชว์สกิลและทักษะอย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่ามีจังหวะหลอกคู่แข่งหัวทิ่มหัวตำแทบทุกนัด

แม้ในบางจังหวะอาจจะรู้สึกว่า น่าจะเล่นได้ง่ายกว่านั้น หวงบอลไปหน่อย ดื้อดึงเลี้ยงต่อจนบางครั้งก็เสียบอลกลางสนาม แต่ที่สังเกตเห็นคือ

ไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนที่ บ่นหรือแสดงท่าทีไม่พอใจสักคน นั่นจึงเป็นสัญญาณแล้วว่า ดาวเตะผู้นี้ จะเข้ามาเป็นศูนย์กลางของเกมรุก และเป็นตัวความหวังของทีมอย่างแน่นอน

และเมื่อดาวได้โคจรมาอยู่ในจุดที่ส่องสว่างได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีดาวดวงอื่นคอยกลบรัศมี ย่อมทำให้ดาวดวงนี้ฉายแสงได้อย่างโดดเด่น

น่าคิดว่าถ้า เนย์มาร์ โตขึ้นและถูกปรุงจนอร่อยแบบกรมกร่อมทุกรสชาติ จนมีความอันตรายยิ่งกว่านี้ ดาวเตะระดับโลกผู้นี้จะเป็นดั่งแม่เหล็กดูดรางวัลต่างๆได้มากกว่า

ดาวเตะรุ่นพี่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด หรือไม่..

 …

อ็อกซ์เล็ด แชมเบอเลน อยากเป็นตำนานหงส์แดงตามสตีวี่จี

นักเตะใหม่รายที่ 4 ของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในซัมเมอร์นี้ คือ อเล็กซ์ อ็อกซ์เล็ด แชมเบอเลน ปีกทีมชาติอังกฤษวัย24ปี เจ้าของค่าตัว 35 ล้านปอนด์ จาก ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล

หลังจากตกเป็นข่าวอยู่พักใหญ่ กับ2ยักษ์ในอังกฤษ อย่าง เชลซี และ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายเจ้าตัวเลือกซบหงส์แดง

ถึงแม้จะได้ค่าเหนื่อยน้อยกว่า เหตุเพราะอยากเป็นตำนานในถิ่นแอนฟิลดิ์ และอีกเหตุหนึ่งคือเจ้าตัว อยากเล่นเป็นมิดฟิลดิ์ตัวกลางมากว่าที่จะเล่นปีก

เพราะถ้าย้ายมาอยู่กับสิงค์บลูนั้น แชมเบอเลน คงต้องประจำตำแหน่งวิงแบ็ก และเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวไม่ชอบ

นักเตะใหม่ของหงส์แดงรายนี้ ได้เผยว่าเขาต้องการที่จะเล่นเป็นมิดฟิลดิ์ตัวกลาง เนื่องจากมีรุ่นพี่อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล เป็นไอดอล และยังยอมรับว่าเป็นสาวก เดอะ ค็อป ตั้งแต่วัยเยาว์

อ็อกซ์เล็ด แชมเบอเลน

อ็อกซ์เล็ด แชมเบอเลน ตามหาความฝัน ทำตามรุ่นพี่

อย่างไรก็ตามตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางของ ลิเวอร์พูล นั้น ค่อนข้างแน่น เพราะมีนักเตะอย่าง เฮนโด้ ,เอ็มเร่ ชาน ,ไวนัลดุม ,อดัม ลัลลาน่า

รวมไปถึง คูตินโญ่ ที่สุดท้ายก็ไม่ได้ย้ายตามที่หวัง แต่ประโยชน์ที่ ลิเวอร์พูล จะได้เต็มๆคือความอเนกประสงค์ของ แชมเบอเลน

ที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งยามที่ทีมต้องการนั่นแหละ และด้วยวัยเพียง 24 ปี ยังมีโอกาสพัฒนาฝีเท้าอีกมาก

ทีนี้เราคงต้องรอดูกันว่า คลอปป์ จะจัดให้เขาไปอยู่ตรงไหนในสนาม และเจ้าตัวจะทำผลงานออกมาได้ดีแค่ไหน ด้วยดีเอ็นเอ

ที่มีความเป็นลิเวอร์พูลอยู่ทั่วร่าง เพราะเป็นทีมที่เชียร์ตั้งแต่วัยเยาว์ นั่นจึงเป็นเรื่องของนามธรรมที่อาจส่งผลให้เจ้าตัวมีความมุ่งมั่น

ตามความฝันที่จะเจริญรอยตามรุ่นพี่ อย่าง สตีวี่ จี ไอดอลของเขา และทุกฝ่ายย่อมได้ประโยชน์จากจุดนี้…

เป็ป vs มู เพื่อนรักที่ต้องสู้กันไปอีกนาน

เป็ป vs มู เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อสู้กันโดยเฉพาะ ระหว่าง เป็ป กวาดิโอล่า กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ตั้งแต่อยู่ที่สเปน คนหนึ่งคุมทีมอย่าง บาร์เซโลน่า

อีกคนคุมทีมคู่อริอันดับหนึ่งอย่าง เรอัล มาดริด หลังจากนั้นก็พลัดพรากกันได้ไม่กี่ปี สุดท้ายก็กลับมาเจอกันในพรีเมียร์ลีกอีกจนได้

และเป็นการเข้ามาคุมทีมที่เป็นอริกันอีกเช่นเคย คือทีมดังในเมืองแมนเชสเตอร์ คนหนึ่งอยู่ฝั่งสีฟ้า อีกคนอยู่ฝั่งสีแดง

แน่นอนว่าทั้ง 2 คนนั้น เป็นโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่า มีฝีมือระดับโลกทั้งคู่ ด้วยบารมีที่สั่งสมมาของแต่ละคน รวมถึงเกียรติประวัติจากถ้วยแชมป์ต่างๆที่พวกเขาทำได้

แน่นอนว่า มูรินโญ่ อาจมีภาษีที่ดีกว่าเล็กน้อยในสมรภูมิอังกฤษ เพราะมีประสบการณ์อย่างโชกโชน กับการคุมเชลซีถึง2ช่วง

ทำให้เขารู้ดีถึงวิธีการพาทีมให้เป็นแชมป์ลีก หลังจากทำสำเร็จมาแล้ว3สมัยกับเชลซี

เป็ป vs มู

 

เป็ป vs มู ลีกไหนก็ต้องบู๊กัน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็ป ได้เริ่มงานที่เรือใบสีฟ้าเป็นปีแรก และอาจทำผลงานในลีกได้ดีกว่าทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ดของ มูรินโญ่ โดยจบที่อันดับ 3 ของตาราง

ส่วนปีศาจแดง ตกไปอยู่อันดับ 6 แต่ที่น่าสนใจคือ เฮียมูสามารถคว้าได้ถึง 3 โทรฟี่ จากการเข้ามาคุมปีศาจแดงในปีแรก ผิดกับ เป็ป ที่ไม่ได้สักใบเดียว

เหตุผลที่ชัดที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ของมูรินโญ่ที่มากกว่า เป็ป อยู่หลายขวบปี

อย่างไรก็ตามแต่ ฤดูกาลนี้ผ่านมาแล้ว 3 นัด และ เป็ป ก็ใช้จ่ายเงินไปอย่างมหาศาลเพื่อเสริมทีมในซีซั่นนี้ เพื่อเป้าหมายเดียว

คือกลับมาคว้าแชมป์ให้มากที่สุดให้จงได้ แต่ฟอร์มจาก3นัด แมนฯซิตี้ เก็บไปได้  7 คะแนน และกว่าจะชนะในแต่ละนัดก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกว่าจะคว้าชัยได้

ผิดกับอริร่วมเมืองอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ที่สอย 9 แต้มเต็ม แถมฟอร์มร้อนแรง ซัดไปถึง10ประตู แถมเก็บคลีนชีทได้ทั้ง 3 นัด ถือเป็นการเปิดตัวที่สวยหรูยิ่งนัก

ถ้านับถึงตอนนี้ที่พรีเมียร์ลีกผ่านสัปดาห์ที่3มาแล้ว และกำลังจะพักเบรกเข้าสู่โหมดทีมชาติ เวลาที่ให้โค้ชจากทีมต่างๆได้กลับไปติวเพิ่มเสริมอาวุธ

ถ้านับ 3 นัดแรก เปรียบสเมือนมวยยกที่ 1 ต้องบอกว่า …

ลอนดอนเหนือ ซวยซ้ำซวยซ้อนทีมแพ้เมืองมีคดีปล้น

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทีมจาก ลอนดอนเหนือ ดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงวิกฤตอย่างแท้จริง หลังจากดูจะมีแต่เรื่องแย่ๆเข้ามารบกวนเป็นระรอก ไม่ว่าจะเรื่องในสนามและนอกสนาม ผลงานก็ไม่ค่อยดี

จนโดนแฟนบอลตัวเองกดดันอย่างหนัก ด้วยแคมเปญ “เวนเกอร์เอ๊าท์” และล่าสุด ไฮบิวรี่ สโตร์ ร้านค้าประจำสโมสร ถูกโจรกรรมไปในช่วงเช้าของวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ลอนดอนเหนือ ซวยซ้ำซวยซ้อนทีมแพ้เมืองมีคดีปล้น

ลอนดอนเหนือ วันที่อะไรๆก็แย่ไปหมดของอาร์เซนอล

ช่วงนี้ดูแล้วโชคชะตาจะไม่ค่อยเข้าข้างทาง อาร์เซนอล เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเรื่องของผลงาน หรือเรื่องล่าสุดอย่างถูกปล้นร้านค้าประจำสโมสร

โดยตามข่าวนั้น รายงานว่า ขโมยเข้าไปในร้าน และกวาดสินค้าต่างๆออกไปจำนวนมาก  แต่ยังดีที่ไม่เกิดเหตุอันตรายหรือมีใครได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศอันมาคุในแถบ ลอนดอนเหนือ ยังคงอึมครึมอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดยังมาเสียนักเตะไปอีก 1 คน นั่นก็คือ อเล็กซ์ ออกซ์เล็ด แชมเบอเลน

ที่ย้ายไปอยู่กับ ลิดเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ หลังจากเป็นข่าวกันอยู่นาน ในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ โดยก่อนหน้านี้ นักเตะก็ดูไม่มีใจกับต้นสังกัดอีกแล้ว

เพราะผลงานนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจน และแสดงออกอย่างเต็มที่ว่า อยากจะสวมเสื้อสีแดงเพลิงขนาดไหน

และเรื่องนี้อาจเป็นอีกข้อหนึ่ง ที่สร้างความไม่พอใจให้แฟนบอล กริ้วโกรธกันมากขึ้นไปอีก เพราะผลงานก็ยังไม่ค่อยดี นักเตะก็ไม่มีมาเพิ่ม ถามยังปล่อยออกไปอีก

ตอนนี้ผู้บริหารสโมสร คงกำลังหาวิธีแก้ไขให้ ไอ้ปืนใหญ่ ผ่านสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปให้จงได้ แต่อุปสรรคก้อนโตชิ้นนี้ คงไม่หายไปง่ายๆแน่

ตราบใดที่ผลงานในสนามยังไม่กระเตื้องขึ้น และ ผู้ชายที่ชื่อ อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อไป…

เชลซี เวอร์ชั่น 2017-18 เสริมทัพเตรียมป้องกันแชมป์

และแล้วตลาดนักเตะก็ปิดลงเป็นที่เรียบร้อย หลายต่อหลายทีมเร่งเสริมนักเตะกันแบบไฟรนก้น มาชม เชลซี เวอร์ชั่น 2017-18

จนวินาทีสุดท้ายก่อนตลาดจะปิดตัวลง ปีนี้ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี แชมป์เก่าฤดูกาลที่ผ่านมา ได้นักเตะมาเพิ่ม2คนในวันสุดท้าย

หลังจากแฟนๆรอลุ้นกันมานานว่าจิ๊กซอที่เหลือของ อันโตนิโอ คอนเต้ โค้ชจอมแทคติก จะเป็นใคร

เชลซี เวอร์ชั่น 2017-18 เสริมทัพเตรียมป้องกันแชมป์

จัดเต็ม เชลซี เวอร์ชั่น 2017-18

คนแรกคือ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ กองกลางวัย27ปี จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่ได้เข้ามาร่วมทัพเชลซี ในวันสุดท้าย ในราคา 35 ล้านปอนด์

โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา5ปี ซึ่งการย้ายในครั้งจะเป็นการกลับมาร่วมงานกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวเก่ง

คนต่อมาคือ ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ฟูลแบ็กวัยเบญจเพสจาก โตริโน ทีมดังจาก กัลโช เซเรีย อาร์ ที่ได้มาทันเส้นตายเช่นเดียวกัน ค่าตัว23 ล้านปอนด์

เซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปี โดยฟูลแบ็กชาวอิตาลี เป็นนักเตะที่เล่นเกมรับและรุกได้ดี และมีจุดเด่นคือการเปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาได้อย่างแม่นยำ และยังมีทักษะในการดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม

ทั้งนี้ การเข้ามาของ 2 ผู้เล่นใหม่ ทำให้ฤดูกาลนี้ เชลซี ได้นักเตะใหม่มาทั้งสิ้น 6 คน

ประกอบไปด้วย วิลลี่ กาบาเยโร่ ,อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ,ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ,อัลวาโร่ โมราต้า ,ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์

จะเห็นได้ว่า จากที่ตอนแรกเชลซีโดนวิจารณ์ในเรื่องของขนาดทีมว่า มีขนาดที่เล็กกว่าฤดูกาลก่อน จนหลายฝ่ายมองว่าปีนี้ที่ต้องไปเล่นในรายการยุโรปด้วยนั้น

อาจจะหนักหนาสาหัส และไม่สามารถยืนระยะได้ แต่สุดท้ายจิ๊กซอก็ค่อยเข้ามาต่อจนครบ

โดยเฉพาะในแดนกลาง ที่เสียนักเตะตัวสำคัญอย่าง เนมันย่า มาติช ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ณ

ตอนนี้การเข้ามาของ ดริงค์วอเตอร์ น่าจะทำให้มีอะไหล่พอทดแทนกันได้ เพราะปกติทีมก็มีแผงมิดฟิลดิ์อย่าง …

นาบี้ เกอิต้า จบมหากาพย์ พุ่งลงรังหงส์แดง

และแล้วในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็สามารถคว้าตัว นาบี้ เกอิต้า กองกลางชาวกินีมาจาก ไลป์ซิก รองแชมป์บุสเดสลีกา เยอรมนีได้สำเร็จ หลังจากเป็นมหากพย์ยาวนาน แสนยืดเยื้อ

นาบี้ เกอิต้า จบมหากาพย์ พุ่งลงรังหงส์แดง

นาบี้ เกอิต้า  ลิเวอร์พูลทำสำเร็จ หลังยืดเยื้อกันมานาน

กองกลางชาวกินี ย้ายเข้ามาด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสร ด้วยสนนราคากว่า 48 ล้านปอนด์ และถือเป็นสถิติใหม่แทนที่

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกชาวอียิปต์ ที่ซื้อมาจากโรม่าในราคา 39 ล้านปอนด์ ทันที โดยนักเตะจะมาเข้าร่วมทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลหน้าในช่วงซัมเมอร์ ( เดือน กรกฎาคม ปี2018)

ทั้งนี้ เกอิต้า โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับ ไลป์ซิก ทีมดังในบุนเดสลีกา เยอรมนี ในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยช่วยทีมให้จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์

และได้ตั๋วไปลุยในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีกด้วย และฝากผลงาน  8 ประตู รวมทั้ง แอสซิสต์ อีก 7 ครั้ง ในการลงสนามทั้งหมด 31 นัด

จากสถิตินั้น เมื่อเทียบกับนักเตะของลิเวอร์พูลในเรื่องของ แอสซิสต์ นั้น กองกลางชาวกินี เป็นรองเพียงแค่ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ที่แอสซิสต์ไป 9 ครั้ง

ส่วนในเรื่องของเกมรับนั้นก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เขาติดอันดับที่ 6 ของลีก ในการเข้าปะทะ และ ตัดบอลได้มากที่สุด และที่สำคัญคือ

เขาคือ 1 ในนักเตะที่ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกา เยอรมนีในฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย

โดยทางเว็ปไซต์ Whoscored.com ได้จัดอันดับว่า นาบี้ เกอิต้า กองกลางตัวเก่ง คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกาในลำดับที่ 5 เป็นรองเพียง

ติอาโก้ อัลคันทารา ,เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ,อาร์เยน ร็อบเบน และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

 …

คัด 3 นักเตะ ที่ผลงานไม่แรง แต่ขายได้ราคาแพงทุกที

บางครั้งตลาดการซื้อขายนักเตะก็มีเรื่องให้แปลกใจอยู่บ่อยๆ คัด 3 นักเตะ เช่นนักเตะบางรายผลงานดี ค่าตัวกลับถูกแสนถูก

แต่กับบางคนฟอร์มธรรมดาๆ ถึงระดับแย่เลยก็มี แต่ราคาในตลาดกลับพุ่งสูงทุกครั้งไป นี่คือตัวอย่างนักเตะที่คัดมา 3 ราย ที่เข้าข่าย ผลงานไม่แรง แต่ขายได้ราคาแพงทุกที

คัด 3 นักเตะ ที่ผลงานไม่แรง แต่ขายได้ราคาแพงทุกที

คัด 3 นักเตะ ฝีมือไม่เท่าค่าตัว

1.เปาลินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

หลายคนน่าจะรู้จัก เปาลินโญ่ ตั้งแต่ช่วงที่เขาค้าแข้งกับ สเปอร์ส ในปี 2013 ซึ่งเป็นปีที่ สเปอร์ส มีเงินช้อปนักเตะมหาศาล เนื่องจากขาย แกเร็ธ เบล ไปให้กับ เรอัล มาดริด

จึงไปดึง เปาลินโญ่ มาจาก โครินเธียนส์ ทีมดังในลีกบราซิล ด้วยค่าตัวถึง19ล้านยูโร แต่เจ้าตัวกลับมีผลงานที่ย่ำแย่ อยู่ได้เพียงปีครึ่ง ก็โดนทีมจากลีกจีนอย่าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์

ดึงไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 14 ล้านยูโร และรับค่าเหนื่อยอย่างมหาศาลตามสไตล์นักเตะดังๆมากมายที่ย้ายไปค้าแข้งในแดนมังกร จนในซัมเมอร์นี้ ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า

สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอล ด้วยการดึงนักเตะอย่าง เปาลินโญ่ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวสูงถึง 40 ล้านยูโร เพราะฉะนั้น มูลค่าการย้ายตัวของเขาทั้งหมดนั้นรวมแล้วกว่า 79 ล้านยูโร เลยทีเดียว

2.แอนดี้ คาร์โรลล์ (เวสต์แฮม)

จำนวนเงิน 35 ล้านปอนด์ ที่ ลิเวอร์พูล จ่ายให้กับ นิวคาสเซิล เพื่อแลกกับนักเตะที่ชื่อ แอนดี้ คาร์โรลล์ แต่เขากลับทำได้เพียง 6 ประตู จากเกมในลีกทั้งหมด 44 นัด

จากนั้นหงส์แดงจึงตัดสินใจขายทิ้งให้กับทีมอย่าง เวสต์แฮม ด้วยสนนราคา 17 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ปี 2012 ผลงานในสีเสื้อของ เดอะ แฮมเมอร์ส จนปัจจุบันนี้

ยังไม่มีฤดูกาลไหนเลยที่เขาทำได้เกิน 10 ประตู ซีซั่นล่าสุดนี้ก็อาจจะเป็นได้แค่ตัวสำรอง …

เวนเกอร์ ความอดทนมีขีดจำกัดหลังพ่ายลิเวอร์พูล

ก่อนจะพักเบรกเกมลีก เข้าสู่โปรแกรมทีมชาติ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เวนเกอร์ เกิดหายนะขึ้นที่แอนฟิลดิ์ รังเหย้าของหงส์แดง ลิเวอร์พูล

พูดมาขนาดนี้ทุกคนคงพอรู้ว่า หายนะที่เกิดขึ้นไม่ใช่เจ้าถิ่นแต่อย่างใด แต่เป็นผู้มาเยือนอย่างปืนใหญ่ อาร์เซนอล

ที่แพ้ลิเวอร์พูลไป 4-0 แบบหมดสภาพ ไม่เหลือทรงของทีมใหญ่ที่มีลุ้นแชมป์ลีกอยู่ทุกปี

แน่นอนว่าการแพ้ ลิเวอร์พูล แบบยับเยินในครั้งนี้ ส่งผลให้สาวกปืนโตออกมาสับทีมตัวเองแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ถ้าทีมแพ้แล้วเล่นดี

ยังเป็นสิ่งที่หลายคนอาจพอรับได้ แต่การแพ้ด้วยสภาพที่สู้ไม่ได้ รุกกันแบบไม่มีระบบ รับกันอย่างรั่วไหล ปล่อยให้3ประสานแนวรุกของหงส์แดง

ไม่ว่าจะเป็น ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต ฟีร์มิโน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประสานงานกันได้แบบไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางกั้น จนโดนไปถึง 4 เม็ด

สิ่งหนึ่งที่ชวนงุนงงเป็นไก่ตาแตก คือการจัดตัวผู้เล่นของ เจ๊เหี่ยว นั่นแหละ ไม่รุ้ว่าไปนอนฝันได้แผนนี้มาในคืนไหน หรือเกิดคึกอะไรขึ้นมา

อาจจะใช่ที่อาร์เซนอลเริ่มฟอร์มดีขึ้นด้วยการเปลี่ยนมาเล่นระบบ 3-4-3 ตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ

เวนเกอร์

เวนเกอร์ เมื่อความอดทนเริ่มเกินขีดจำกัด

แต่การดรอปกองหลังที่มีดีกรีระดับทีมชาติเยอรมันอย่าง ชโคดราน มุสตาฟี่ ไปนั่งตบยุงอยู่ข้างสนาม และส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง ลงมาประจำการแทน ผลงานก็ตามที่เห็นกัน เละเป็นโจ้กครับ

มองไปที่แผงหลัง3คนของปืนใหญ่ ประกอบด้วย ร็อบ โฮลดิ้ง ,โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ และ นาโช่ มอนเรอัล ไอตัวที่เล่นได้มาตรฐานที่สุดก็คงเป็น

กอสซิแอลนี จะโทษเขาไม่ได้ เพราะเล่นดียังไง แต่แค่คนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ส่วนทางด้าน มอนเรอัล ตำแหน่งจริงๆของเขา

คือฟูลแบ็ค แต่จับมาเล่นกองหลังตัวกลาง นั่นจึงกลายเป็นจุดหนึ่งที่ส่งผลให้แนวรุกของลิเวอร์พูลทั้งสามคน ยืนยิ้มตั้งแต่ก่อนลงสนามเมื่อเห็นรายชื่อกองหลังของอาร์เซนอล

ยังไม่เท่านั้น การสลับเอา วิคตอร์ เบเยริน มาประจำการทางวิงแบ็คซ้าย จากปกติตำแหน่งเดิมคือฝั่งขวา รวมทั้งดรอป กองหน้าที่ซื้อมาเป็นสถิติสโมสรอย่าง ลากาแซตต์

แล้วส่ง แดนนีย์ เวลเบค ลงแทน ส่วนทางด้านมิดฟิลดิ์ตัวกลาง ก็มี กรานิต …

Top 3 กองกลางตัวรับ ที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้

ทีมส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ตำหน่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากก็คือ ตำแหน่งมิดฟิลดิ์ตัวรับ Top 3 กองกลางตัวรับ

เพราะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่สกรีนคู่แข่งก่อนถึงแผงหลัง รวมถึงเป็นคนคอยเชื่อมเกมจากแดนหลังไปสู่ตัวรุกทั้งหลาย เรียกได้ว่า

ต้องรับเก่ง และสร้างเกมได้ วันนี้จะคัดตำแหน่งมิดฟิลดิ์ตัวรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก 3 คนด้วยกัน นั่นก็คือ…

Top 3 กองกลางตัวรับ ที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้

Top 3 กองกลางตัวรับ โหดที่สุดในพรีเมียร์ลีก

1.เนมันย่า มาติช จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แข้งเลือดเซิร์บผู้นี้ได้ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของปีศาจแดงในซัมเมอร์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จกับเชลซีมามากมาย

และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นักเตะอย่างเขามีความสำคัญขนาดไหน เพราะถึงขนาดที่ มูรินโญ่ ดึงมาอยู่ด้วยกัน และได้ร่วมงานกันอีกครั้ง

นั่นแปลว่า จิ๊กซอชิ้นนี้ต้องมีความพิเศษอยู่ไม่น้อย ซึ่งผลงานในสนามก็พิสูจน์แล้วว่า เขาเข้ามาทำให้แผงกลางของแมนฯยูแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยเปิดฤดูกาลมา3นัด ทีมสีแดงจากเมืองแมนเชสเตอร์ ยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว

 

2.เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จาก เชลซี

แข้งร่างเล็กชาวฝรั่งเศส ที่ทำสถิติคว้าแชมป์ลีก2ปีติด กับ2สโมสร หลังจากก่อนหน้านี้ก็คว้าแชมป์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนย้ายมาร่วมทัพสิงค์บลูในปีถัดมา ณ เวลานี้

เขาจัดเป็นกองกลางที่อ่านเกมได้อย่างยอดเยี่ยม และตัดบอลคู่แข่งได้ดี ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขามีส่วนสำคัญมากในการพาเชลซีคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ

และถึงแม้จะมีร่างกายที่อาจะเล็กกระทัดรัดไปหน่อย แต่ก็มีความแข็งแกร่ง และสปีดต้นค่อนข้างดี ทำให้วิ่งไล่ตัดเกมได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

3.อันเดร์ เอร์เรรา จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แข้งเลือดกระทิง ที่ทุกคนต่างมองว่าเป็น นิว รอยคีน เพราะมักเล่นด้วยความดุดันและมุ่งมั่น ถึงแม้ฤดูกาลนี้จะได้เป็นตัวสำรอง เพราะมีมาติช ประจำการอยู่

แต่ด้วยระดับฝีเท้าแล้ว ก็ยังจัดว่าเป็นนักเตะที่ได้รับคำชมค่อนข้างมาก และเป็นขวัญใจแฟนบอลปีศาจแดง เพราะด้วยคาแร็คเตอร์ที่เป็นคนมุ่งมั่น ทุ่มเท

ทุกครั้งที่ได้ลงสนาม จึงเป็นหนึ่งในขุนพลคนโปรดของมูรินโญ่ รอดูกันต่อไปว่าเจ้าตัวจะได้รับโอกาสมากขึ้นหรือไม่ในฤดูกาลนี้

 

 …